แนวทางการพัฒนาเครื่องดื่มกลุ่ม Vitamin C Drink ในปี 2020

สรุปผู้นำตลาดเครื่องดื่ม Vitamin C drink ในประเทศไทยปี 2020 และแนวทางการพัฒนาเครื่องดื่มกลุ่ม Vitamin C drink ในปี 2021

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา บทความจากการรวบรวมข้อมูลของเว็บไซต์ The standard (1) พบว่าโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่มมูลค่า 155,000 ล้านบาท ที่เคยสามารถเติบโตได้เหนือกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ร่วงลงมาจากปี 2562 ที่มีการเติบโตขึ้น 9% แต่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 กลับติดลบ 7.3% ในทุกเซกเมนต์ ทั้งน้ำอัดลม น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟพร้อมดื่ม ชาพร้อมดื่ม โซดาและเครื่องดื่มเกลือแร่

 

ผู้นำเครื่องดื่มVitaminC-1

แต่ในช่วงประมาณกลางปี 2563 กลับมีเครื่องดื่มหนึ่งเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมและช่วยปลุกความคึกคักของตลาดเครื่องดื่มให้กลับมาอีกครั้ง นั่นคือเครื่องดื่มวิตามิน ทางเว็บไซต์ Marketeer ระบุว่าตลาดเครื่องดื่มวิตามินมีการเติบโตใน 7 เดือนแรกของปี 2563 ที่มูลค่า 954.14 ล้านบาท ซึ่งเติบโตถึง 67.2% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 (2) และเมื่อเจาะลึกลงไปในกลุ่มตลาดเครื่องดื่มวิตามินซีแบบช็อตพบว่ามีอัตราการเติบโตสูงสุดเกินกว่า 106% ในสิ้นปี 2563 (3) นอกจากนั้นนายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มการตลาดแบรนด์ บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดน้ำดื่มผสมวิตามินในปี 2564 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% โดยฐานตลาดจะใหญ่ขึ้นเนื่องจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดมากขึ้น (3)

สาเหตุอะไร ทำไมเครื่องดื่มวิตามินซีถึงโต? ทางเว็บไซต์ Marketeer (4, 5) ได้สรุปออกมาว่า

  • วิตามินซีเป็นวิตามินที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้วทั้งประโยชน์ในเรื่องความสวยความงาม บวกกับสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  • คนในปัจจุบันหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19
  • รสชาติที่ออกหวานอมเปรี้ยวของเครื่องดื่มวิตามินซีนี้ถูกจริตกับผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่

 แบรนด์เครื่องดื่มวิตามินซี 200% ที่ติดตลาดในไทยปี 2020 ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาด 5 แบรนด์ (4)

  1. C-vitt

    เป็นเครื่องดื่มวิตามินซี 200% แบรนด์แรกในไทย จากเครือของ House Osotspa Foods วางจำหน่ายมาเกือบ 10 ปี มีจุดเด่นที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนามาจากแบรนด์ญี่ปุ่น ทั้งมาตรฐาน สูตร และคุณภาพ นอกจากนั้นยังมีน้ำตาลน้อย ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่คนไทยในปัจจุบันกังวลเกี่ยวกับการรับประทานน้ำตาลเกินปริมาณที่เหมาะสม (6, 7)ผู้นำเครื่องดื่มVitaminC-2

  2. Double C
    เครื่องดื่มวิตามินซี 200% Double C จากบริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด มีจุดเด่นที่เป็นเครื่องวิตามินซี 200% ที่มาจากผลไม้ 2 ชนิด โดยมีให้เลือก 4 สูตร แต่ละสูตรก็จะมีจุดขายด้านประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป (8, 9)

    ผู้นำเครื่องดื่มVitaminC-3

  3. Vit a day
    วิตอะเดย์ เครื่องดื่มวิตามินซี 200% จากบริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด ใช้องค์ประกอบหลักอย่างวิตามินซีที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษ “Quali-C” ซึ่งเป็นวิตามินซีบริสุทธิ์จากแหล่งที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพการออกฤทธิ์สูงทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินซีทั่วไป นอกจากนั้น Quali-C ยังเป็นวิตามินซีคุณภาพสูงที่อุตสาหกรรมยาและอาหารเสริมระดับโลกใช้ วิตอะเดย์ เครื่องดื่มวิตามินซี 200% เป็นสูตรที่มีน้ำตาลน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค (10, 11)

    ผู้นำเครื่องดื่มVitaminC-4

  4. Woody C+ Lock
    เครื่องดื่มวิตามินซี 200% จากบริษัท เอ วู้ดดี้ ดริงค์ จำกัด ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอเชียคาราบาวเวนเจอร์ จำกัด กับคุณวู้ดดี้ เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มวิตามินซี 200% ภายใต้แบรนด์ Woody C+ Lock มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนแตกต่างจากแบรนด์อื่นเลยคือ บรรจุภัณฑ์เป็นขวดแก้วสีเขียว ในขณะที่แบรนด์อื่นๆจะใช้เป็นขวดแก้วใส ทางแบรนด์ระบุว่าขวดแก้วสีเขียวจะช่วยในการป้องกันแสงต่างๆ เพื่อคงความเข้มข้นของวิตามินซี และในส่วนของฝาล็อค เป็นฝาชนิดพิเศษ อัดล็อค 2 ชั้น เพื่อล็อคคุณภาพของวิตามินซี นอกจากนั้นยังมี Rosehip เป็นส่วนประกอบ เพิ่มจุดขายวิตามินซีจากพืชอื่น และมาพร้อมกับปริมาณน้ำตาลที่น้อย ให้พลังงาน 30 kcal เพื่อสุขภาพที่ดี ดื่มได้ทุกวัน (12, 13)

    ผู้นำเครื่องดื่มVitaminC-5

  5. Hi!
    เครื่องดื่มวิตามินซี 200% จากบริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด เป็นเครื่องดื่มวิตามินซี 200% แบรนด์แรกของไทยที่อร่อยระดับโลก การันตีด้วยรางวัล Superior Taste Award 2020 จากสถาบัน iTQi ด้วย 5 ความโดดเด่นทั้ง รสชาติ กลิ่น รสสัมผัส แพคเกจและดีไซน์ รวมไปถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ยังระบุว่ามีโซเดียมต่ำและน้ำตาลน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค (14, 15)

    ผู้นำเครื่องดื่มVitaminC-6

นอกจากนั้น ทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ยังได้รับสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์อาหารนั้นได้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาแล้วว่า มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ (16)

แนวทางการพัฒนาเครื่องดื่มกลุ่ม Vitamin C Drink ในปี 2021

                เดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา มีกระแสหนึ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มวิตามินซีเกิดขึ้น โดยศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ระบุว่า ผลทดสอบปริมาณวิตามินซีในเครื่องดื่มผสมวิตามินซี จำนวน 47 ตัวอย่าง ที่วางจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด พบมีปริมาณวิตามินซีไม่ตรงตามที่แจ้งบนฉลากสินค้า และมีถึง 8 ตัวอย่างที่ไม่พบปริมาณวิตามินซี (17) ซึ่งผลการตรวจของผลิตภัณฑ์ที่ไม่พบปริมาณวิตามินตามที่ระบุไว้บนฉลาก จะเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม มีโทษจำคุกและปรับ แต่หากตรวจพบวิตามินนั้นมากเกินกว่าปริมาณสูงสุดของวิตามินและเกลือแร่แต่ละชนิดที่อนุญาตให้เติมในอาหาร อย.จะแจ้งผู้ประกอบการยื่นหลักฐานการศึกษาการคงสภาพวิตามินตลอดอายุการเก็บรักษา (3) ซึ่งจากบทความของฉลาดซื้อ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจว่าจะได้วิตามินซีตามที่ระบุ ดังนั้นสำหรับแนวทางในการพัฒนาเครื่องดื่มกลุ่ม Vitamin C Drink จะมีดังต่อไปนี้

  1. เครื่องดื่มควรจะมีปริมาณวิตามินซี 200% Thai RDI (120 มิลลิกรัม) (18)
  2. เลือกใช้วิตามินซีที่มีนวัตกรรมความคงตัวสูง มีข้อมูลด้านความคงตัว เพื่อยืนยันคุณสมบัติในการป้องกันการสลายตัวของวิตามินซีที่ไวต่อปัจจัยทางกายภาพ เช่น แสง อุณหภูมิ เป็นต้น
  3. อาจระบุนวัตกรรมของการคงคุณภาพของวิตามินซี เช่น Packaging ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันแสง, การใช้ไนโตรเจนเพื่อคงคุณภาพวิตามินซี เป็นต้น
  4. น้ำตาลและโซเดียมต่อ 1 หน่วยบริโภคต่ำ พร้อมทั้งอาจดำเนินการขอใช้สัญลักษณ์ ทางเลือกสุขภาพ (19) เพื่อเป็นจุดขาย
  5. อาจใส่สารสกัดจากพืชที่เป็นแหล่งวิตามินซีสูงเพื่อเพิ่มจุดขาย เช่น Rosehip, Acerola cherry เป็นต้น

หากสนใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มวิตามินซีเพื่อตอบรับกับกระแสรักสุขภาพในปัจจุบัน ทาง 3C มีวิตามินซีที่มีคุณภาพและจุดขายหลายตัวให้นำไปเลือกใช้ พร้อมทั้งยังมีสารสกัดจากพืชที่สามารถนำไปเป็นจุดขายให้กับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้อีกด้วย


 

เอกสารอ้างอิง

  1. https://thestandard.co/beverage-market/
  2. https://marketeeronline.co/archives/198579
  3. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกิจ ประจำวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
  4. https://marketeeronline.co/archives/167254
  5. https://www.smartsme.co.th/content/238974
  6. https://www.house-osotspafoods.com/
  7. https://www.facebook.com/pg/Cvitt.vitaminC/posts/
  8. https://doublecdrinks.com/
  9. https://www.facebook.com/doublecdrinks/
  10. https://www.generalbeverage.co.th/en/vitaday/
  11. https://www.facebook.com/VITADAYofficial/
  12. https://www.awoodydrink.com/
  13. https://www.facebook.com/woodydrink/
  14. https://www.tcp.com/product/functional-drink/hi/
  15. https://www.facebook.com/HiVitaminC200/
  16. https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/healtheir-choice/
  17. https://www.chaladsue.com/article/3559
  18. http://food.fda.moph.go.th/Rules/dataRules/4-4-2ThaiRDI.pdf
  19. http://healthierlogo.com/version-thai/
 

ส่งความคิดเห็น

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *