ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสูตร Collagen ควรเริ่มต้นจากอะไร

ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มความงามในเมืองไทยในช่วงปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยปีละประมาณ 5-6% และสถานการณ์ COVID-19 ทำให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยในส่วนของตลาดคอลลาเจนเอง ก็มีการแข่งขันสูงมากในช่วงปีที่ผ่านมา มีหลากหลายแบรนด์ที่ผลิตสินค้าคอลลาเจนออกมาทำตลาดได้อย่างน่าสนใจ และมีจุดขายที่แตกต่างกันไป ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนนั้น มีดังนี้

  1. การเลือกวัตถุดิบ

ประเภทของคอลลาเจนและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

คอลลาเจนนั้นมีหลายประเภท ซึ่งรายงานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่า คอลลาเจน นั้นมีมากกว่า 20 ชนิด แต่คอลลาเจนที่พบหลักๆจะมีอยู่ 3 ชนิด คือ Collagen type I,II,III ซึ่งคอลลาเจนแต่ละประเภท สามารถหาได้จากแหล่งวัตถุดิบที่แตกต่างกัน

  • Collagen type I พบมากที่สุดในร่างกาย ทั้งในผิวหนัง เอ็น กระดูก เส้นผม เล็บ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าคอลลาเจนชนิดนี้เป็นส่วนประกอบหลักในผิวหนัง 80% อีก 15% เป็น collagen type III ซึ่งคอลลาเจนจากปลาเป็นแหล่งของ Collagen type I มีข้อเด่นที่เหนือกว่าคอลลาเจนจากสัตว์ชนิดอื่นคือสามารถดูดซึมได้ดีกว่าเนื่องจากมีน้ำหนักโมเลกุลที่ต่ำกว่า นิยมนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามมากที่สุด ซึ่งมีงานวิจัยที่มีนักวิทยาศาสตร์ศึกษาในอาสาสมัครหญิง 71 คน อายุ 30-60 ปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึง บริโภคคอลลาเจนจากเกล็ดปลา 3000 มก./วัน อีกกลุ่มได้รับยาหลอก เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับคอลลาเจนจากเกล็ดปลามีริ้วรอยรอบดวงตาลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก รวมถึงความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นของผิวหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • Collagen type II ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดจะอยู่ใน 2 รูปแบบ แบบที่หนึ่งคือรูปโครงสร้างดั้งเดิมของคอลลาเจน type 2 หรือที่เรียกว่า Undenatured Collagen type 2 ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับโครงสร้างของคอลลาเจนที่อยู่ในกระดูกอ่อนของมนุษย์ ซึ่งดีต่อการลดการอักเสบของข้อและช่วยให้เกิดการซ่อมแซมกระดูกอ่อนของข้อต่อด้วยการกระตุ้นตัวรับเฉพาะที่ลำไส้ จากงานวิจัยที่มีนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองแบบสุ่ม ปกปิดสองทาง ควบคุมด้วยยาหลอก ศึกษาผลของ Undenature collagen type 2 ในการบำรุงข้อเข่าในคนสุขภาพดี ทดลองโดยนำอาสาสมัคร 55 คนที่มีรายงานอาการปวดเข่าหลังจากทำการทดสอบโดยการใช้เครื่อง stepmill โดยแบ่งอาสาสมัครเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ได้รับ Undenature collagen type 2 40 มก./วัน 27 คน และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก 28 คน เป็นเวลา 120 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับ Undenature collagen type 2 ความสามารถในการเหยียดข้อเข่า (knee extension) ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับ Undenature collagen type 2 สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นก่อนที่จะเริ่มมีอาการปวดเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก

และ Collagen type II รูปแบบที่สองคือ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนไทพ์ทู ที่เกิดจากการย่อยโครงสร้างคอลลาเจนไทพ์ทูด้วยเอ็นไซม์หรือความร้อน ทำหน้าที่ช่วยซ่อมแซมข้อที่เกิดการสึกหรอ เพราะอุดมไปด้วยคอลลาเจนเปปไทด์และคอนดรอยตินซัลเฟต โดยจากงานวิจัยที่มีนักวิทยาศาสตร์ศึกษาในอาสาสมัครอายุ 45-75 ปี จำนวน 15 คน ที่มีปัญหาข้อเข่ามานานกว่า 3 เดือน ให้บริโภคไฮโดรไลซ์คอลลาเจนไทพ์ทู 1500 มก./วัน เป็นเวลา 30 วัน พบว่าอาการสำคัญของโรคข้อต่อ ประกอบด้วย ความเจ็บปวดของข้อ พิกัดการเคลื่อนไหวของข้อ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดีขึ้น

  • Collagen type III มักพบอยู่ร่วมกับ Collagen type I คือพบในผิว กล้ามเนื้อ ผนังหลอดเลือด และยังพบในมดลูก ลำไส้ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ การบริโภคคอลลาเจนจากแหล่งนี้นอกจากช่วยเรื่องผิว ยังช่วยทำให้ลำไส้ หลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งคอลลาเจนจากวัวเป็นแหล่งของ Collagen type I&III มีงานวิจัยที่มีนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาในหนูทดลอง โดยการให้บริโภคคอลลาเจนจากวัว 200, 400 และ 800 mg/kg body weight/day เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผิวของหนูมีความหย่อนคล้อยลดลง ปริมาณคอลลาเจนเพิ่มขึ้น และช่วยให้อัตราส่วน collagen type I ต่อ type III ในผิวสมดุล

จะเห็นได้ว่า การจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนนั้น ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของคอลลาเจนจากวัตถุดิบที่ต่างกันต้องสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในตลาดปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มความงาม กลุ่มผู้รักสุขภาพหรือผู้ออกกำลังกาย และกลุ่มผู้สูงอายุ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการจะพัฒนาสูตรเพื่อกลุ่มความงาม อาจเลือกใช้คอลลาเจนจากปลา เนื่องจากประกอบด้วยเปปไทด์จากคอลลาเจน type I ที่เป็นส่วนประกอบหลักในผิวหนังในปริมาณสูง หรือคอลลาเจนจากวัวที่ประกอบด้วยเปปไทด์จากคอลลาเจน type I&III เพื่อการบำรุงผิว สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ออกกำลังกาย เหมาะกับ คอลลาเจน type II ที่ช่วยเรื่องการบำรุงข้อเข่า กระดูกอ่อน เป็นต้น นอกจากนี้ ในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน ยังสามารถเพิ่มส่วนประกอบอื่นๆ ที่ส่งเสริมประสิทธิภาพของวัตถุดิบหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เรื่องของราคา ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ลูกค้าจะคำนึงถึง ซึ่งวัตถุดิบคอลลาเจนก็มีหลากหลายเกรด เช่น คอลลาเจนเกรดพรีเมี่ยม คอลลาเจนเกรดกลาง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่ม

วัตถุดิบที่มีผลการวิจัยรับรอง

การมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์รับรองจะเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกของผู้บริโภคได้ดีอย่างหนึ่ง หากมีผลวิจัยรับรองถึงผลลัพธ์ที่ดี ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้ตามไปด้วย

วัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐาน

วัตถุดิบที่ดี ควรได้รับมาตรฐานต่างๆที่ถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่ต้องการมองหาคอลลาเจนที่ดีสำหรับตัวเอง

รสชาติ ความยากง่ายในการบริโภค

คอลลาเจนนั้นมีหลากหลายรูปแบบและรสชาติ ซึ่งส่วนใหญ่คอลลาเจนจะมีกลิ่นและรสชาติคาว ผู้บริโภคบางกลุ่มกินไม่ได้ ไม่ยอมรับ การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนหลายๆสูตรจึงต้องเพิ่มส่วนประกอบอื่นๆที่มีความหอมและรสชาติอื่นๆที่กลบรสหรือกลิ่นคาว

  1. แนวโน้มและกระแสของตลาดในปัจจุบัน

เช่นในตอนนี้ จากสถานการณ์ COVID-19 “ดุสิตโพล” ได้ระบุว่า คนไทย 45.39% หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนเดิมทีที่เน้นเป็นกลุ่มความงาม จะไม่ใช่เรื่องเพื่อความงามเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน อาจชูเรื่องความงามคู่กับสุขภาพ เพื่อตอบรับกระแสดูแลสุขภาพในปัจจุบัน นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในตลาดปัจจุบัน เริ่มมีการสื่อสารตลาดด้านสุขภาพและเพื่อผู้สูงอายุมากขึ้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง หลักๆคือ การเลือกวัตถุดิบ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสูตรให้ได้สำเร็จ หากเริ่มต้นด้วยการเลือกวัตถุดิบที่ไม่ถูกต้อง เช่น เลือกวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือจุดเด่นหรือคุณประโยชน์ของวัตถุดิบนั้นๆไม่ได้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การที่จะพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนให้ประสบความสำเร็จนั้นจะเป็นไปได้ยาก ซึ่งหากผู้ประกอบการสนใจจะพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ทาง 3C เองก็มี Key ingredient คอลลาเจน ที่เป็นสูตรเฉพาะและมีประสิทธิภาพที่น่าสนใจหลายตัว ซึ่งแต่ละตัวก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อบทความ “รูปแบบคอลลาเจนในรูปแบบต่างๆ และการทำงานที่ต่างกัน”

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก


 

เอกสารอ้างอิง

  1. https://www.nutraingredients-asia.com/Article/2017/03/06/Thailand-s-top-three-supplement-and-functional-food-trends-as-beauty-bubble-begins-to-burst-Infographic
    https://suandusitpoll.dusit.ac.th/UPLOAD_FILES/POLL/2563/PS-2563-1590284356.pdf
    https://www.thansettakij.com/content/business/446917
    https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/1590148
    https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0/
    https://www.amway.co.th/nutrilite-collagen
    https://www.healthline.com/nutrition/bovine-collagen#what-it-is
    https://naturalforce.com/blogs/nutrition/collagen-differences-types-1-2-3
    https://thestandard.co/what-is-collagen/
    https://www.jeuneora.co.nz/blogs/news/understanding-the-different-types-and-sources-of-collagen
    https://www.furtherfood.com/collagen-types/
    https://about.spud.com/blog-marine-collagen-vs-bovine-collagen/
    https://www.mojome.co.za/collagen-types-benefits-discover-important-differences-between-types-1-2-3/
    https://www.furtherfood.com/collagen-types/

ส่งความคิดเห็น

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *